ยามเย็นหน้าหนาวเด็กเขาทำอะไรกัน?

กองฟาง ข้างในจะมีกระท่อมน่อยอยู่ในสนั้น

ช่วงปีใหม่(2554)ผมมีโอกาสได้กลับบ้าน ไปอยู่บ้านซักอาทิตย์ไปบวชอยู่ที่วัดนอก ได้เห็นเด็กๆเหล่านี้มาเล่นกันตอนยามเย็น หน้าหนาว ลมหนาวพัด อากาศแห้งๆ  ผมได้คิดกลับไปสมัยตอนเป็นเด็กขนาดนี้สมัยนั้น โอ้ว เกือบยี่สิบกว่าปีแล้วมั้ง ผมเองก็ไม่ต่างอะไรกับพวกเขาเหล่านั้น เป็นช่วงที่มีความสุขแบบเด็กๆ เป็นภาพที่น่าแบ่งปันอีกชุดหนึ่ง สำหรับคนที่อยู่ใกล้บ้านครับ  ใครมีโอกาสได้เก็บภาพเกี่ยวกับบ้านๆเรา ส่งมาให้ผมได้นะครับ จะได้แบ่งปันความสุขกัน เอาหละครับมาดูกัน.. Posted from Trakan Phuet Phon, Ubon Ratchathani, Thailand.

สังฆทานที่บ้านนาพิน

วันนี้ เสาร์ที่ 9 เดือนตุลาคม พ.ศ. ได้มีการจัดทำบุญสังฆทาน  ที่หมู่บ้าน  สมัยเด็กเป็นวันที่ชอบมากๆ ของกินเยอะแยะ ของหวานก็มี  เลยพิมพ์และค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ การทำบุญสังฆทาน มาให้อ่าน…

สุภาษิตจีนเตือนใจ

สุภาษิตจีนเตือนใจ อ่านแล้วได้ปัญญาดี  จึงนำมาเป็นข้อเตือนใจ ในการดำเนินชีวิต ๑”ชมคนด้วยวาจา…มีค่ายิ่ง กว่ามอบไข่มุกให้เป็นของขวัญ ทำร้ายคนด้วยวาจา…สาหัสยิ่งกว่าทิ่มแทง ด้วยหอกดาบ..” “ซุนวู” ๒”คนอื่นช่วยเรา…เราจะจำไว้ชั่วชีวิตเรา ช่วยคนอื่น…จงอย่าจำใส่ใจ” “ฮั่วหลัวเกิง” ๓”มีชีวิตอย่างไร้คุณธรรมมิสู้ตายอย่างมีคุณธรรมได้มาด้วยความคดโกงมิสู้ยอมเสียอย่างซื่อตรง…” “หวังติ้งเป่า” ๔”น้ำใสสะอาดเกินไป…ย่อมไร้ซึ่ง มัจฉา คนที่เข้มงวดเกินไป……ย่อมไร้ซึ่งบริวาร””ปันกู้” ๕”ความ ไม่พอใจ…ความกลัดกลุ้มหงุดหงิดควรจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราฮึดสู้มากยิ่งขึ้น ไม่ควรเป็นสิ่งที่ทำให้เราท้อแท้..ห่อเหี่ยวยอมจำนนต่ออุปสรรค์…””หลี่ต้าเจา” ๖”ในชีวิตของเรา..มิตรภาพเปรียบเสมือนโคมส่องสว่างดวงหนึ่ง ….ซึ่งสาดส่องจิตวิญญาณของเราให้สว่างไสว ทำให้ชีวิตของเรามีแสงสีอันงด งาม..””ปาจิน”

เก็บตกบุุญเดือนหก ปี 2553

ประเพณีเดือนหกหรือบุญบั้งไฟ  นาพิน 2553

ประเพณีเดือนหกหรือบุญบั้งไฟ เป็นประเพณีหนึ่งของภาคอีสานของไทยรวมไปถึงลาว โดยมีตำนานมาจากนิทานพื้นบ้านของภาคอีสานเรื่องพระยาคันคาก เรื่องผาแดงนางไอ่ ซึ่งในนิทางพื้นบ้านดังกล่าวได้กล่าวถึง การที่ชาวบ้านได้จัดงานบุญบั้งไฟขึ้นเพื่อเป็นการบูชา พระยาแถน หรือเทพวัสสกาลเทพบุตร ซึ่ง ชาวบ้านมีความเชื่อว่า พระยาแถนมีหน้าทีคอยดูแลให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล และมีความชื่นชอบไฟเป็นอย่างมาก หากหมู่บ้านใดไม่จัดทำการจัดงานบุญบั้งไฟบูชา ฝนก็จะไม่ตกถูกต้องตามฤดูกาล อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติกับหมู่บ้านได้ สำหรับลูกหลานที่ทำงานอยู่กรุงเทพหรือต่างจังหวัด ได้ถือโอกาศนี้กลับบ้านเพื่อเยี่ยมเยียนพ่อแม่และเพื่อนสนิืืืืทมิตรสหายที่ไม่ได้เจอกันนาน แน่นอนงานนี้ย่อมมีเมาเป็นธรรมดา

บุญบ้านเฮา มาเด้อมาม่วนบุญบ้านเฮา

เดือนสาม ทำบุญข้าวจี่ วันเพ็ญเดือน 3 เป็นวันมาฆาบูชา รุ่งขึ้นวันแรม 1 ค่ำ ก็ถวายข้าวจี่ เรียกกันว่าวันทำบุญเนื่องในวันมาฆบูชานั้นเอง “ข้าวจี่” คือ การเอาข้าวเหนียวปันก้อน เอาไม้เสียบย่างไฟเหมือนย่างไก่ เมื่อข้าวสุกเกรียมแล้สก็ทาด้วยไข่แล้วย่างซ้ำกลายเป็นขาเคลือบข้าวเหนียว เสร็จแล้วก็ถอดไม้ออก แล้วเอาน้ำอ้อยหรือน้ำตาลที่เป็นก่อนยัดใส่แทนกลายเป็นข้าวเหนียวยัดไส้ แล้วถวาย พระ เณร ฉันตอนเช้า เดือนนี้ชาวนาส่วนใหญ่ถือกันตั้งแต่โบราณมาว่าเป็นเดือนสู่ขวัญข้าว คือ การมีการถวายข้าวเปลือกพระและนิยมทำบุญบ้านสวดมนต์เสร็จพิธีสงฆ์ แล้วก็สู่ขวัญข้าวตามธรรมเนียมพราหมณ์

เมื่อฉันแก่ลง ลูกๆทุกคน – โปรดอ่าน !!

อยากให้อ่านให้จบนะครับ โดยเฉพาะ คนที่อยู่ห่างไกลพ่อแม่ และ อยากมีอนาคตที่สวยงาม เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของลุกผู้ชายคนหนึ่งที่ตระเวนทั้งเรียนทั้งทำงานไป ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำแม้เขาจะเติบกล้าเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ ความรู้เพิ่มมากขึ้น โลกใบนี้เริ่มเล็กลงแต่พ่อแม่ที่อยู่บ้านเดิม(ในเมืองจีน)ก็เริ่มแก่ตัวลง ลูกคนนี้ทำงานอยู่ต่างประเทศ ไม่ค่อยได้กลับมาเยี่ยมพ่อแม่ได้แต่ติดต่อกันทางจดหมาย โชคดีต่อมามีไอพีการ์ด เลยได้คุยสดกันบ้าง ทุกครั้งแม่ก็จะคอยเตือนให้ระวังสุขภาพของตัวเองตั้งใจทำงาน ไม่ต้องเป็นห่วงแม่ ไม่ต้องกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ เพราะจะสิ้นเปลืองเงินทอง…ยิ่งพูดก็ยิ่งซ้ำๆซากๆ เขารู้ดีว่าแม่เริ่มคิดถึงเขามากจนกระทั่งปีนี้ แม่อายุ 75 เขาจึงตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมแม่โดยตั้งใจว่าจะอยู่สัก 1 เดือน จะไม่ทำอะไรเป็นพิเศษ แต่ขอเป็นเพื่อนแม่เพียงอย่างเดียว พอบอกข่าวน ี้ให้แม่ทราบ แม้จะมีเวลาอีกตั้ง 2 เดือนเศษแม่ก็เริ่มเตรียมตัวในการต้อนรับการกลับมาเยี่ยมบ้านของลูกแม่ดึงเอา สมุดบันทึกมาจดสิ่งที่ต้องตระเตรียม แม่เตรียมรายการอาหารที่ลูกชอบ ดึงเอาผ้าห่มที่ลูกเคยชอบห่มมาปะชุนใหม่….

สวัสดีนาพิน

napincenter2554

พุทธศักราช 2311 ปีวอก จุลศักราช 1130 สัมฤทธิศก ท้าวพรหมแสง (เชียงเภา) อยู่ที่เมืองหนองบัวลำภูได้พยพหลบภัยข้าศึกเวียงจันทร์มาตั้งบ้านเรือนที่ลำห้วยตรงที่เป็นคุ้งน้ำนามว่า “บ้านห้วย” ท้าวพรหมแสงจะเลี้ยงช้างที่ดอนของนายก่ำเป่ซึ่งเลี้ยงวัว ท้าวก่ำเป่มีพิณฑ์พิเศษใช้ดีดเวลามาเลี้ยงวัวทั้งฝูง และมีฝีมือดีดพิณฑ์ไพเราะมาก ก่อนแกจะตายได้เอาพิณฑ์ไปฝังไว้ใต้ต้นงิ้วป่าต่อมาจะมีต้นไทรย้อยหุ้มต้นงิ้วป่าไว้ตรงกลาง เมื่อถึงวันพระจะมีเสียงพิณฑ์ดังขึ้น ต่อมามีคนมาตั้งบ้านเรือนมากขึ้นขนานนามว่า “บ้านนาพิณฑ์” เมื่ออักษรภาษาไทยจึงได้เปลี่ยนเป็น “บ้านนาพิน” จนถึงปัจจุบัน